แผนธุรกิจพิชิตยอดขายสร้างกำไรให้ร้านกาแฟ

Written by HORECA

แผนธุรกิจร้านกาแฟ

หากจะพูดถึงธุรกิจซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน “การทำร้านกาแฟ”  น่าจะมีชื่ออยู่ในลิสต์นั้นเช่นกัน ด้วยรูปแบบธุรกิจที่มีอิสระในตัวเองสูง เสน่ห์ของเครื่องดื่มยอดนิยมที่นับวันจะมีสาวกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผสมกับไอเดียออกแบบและการตกแต่งร้านที่เจ้าของสามารถนำเสนอความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ จึงไม่น่าแปลกใจที่สาวกคนรักกาแฟและหนุ่มสาวไฟแรงที่มีใจรักจึงหันมาเปิดธุรกิจร้านกาแฟกันมากขึ้น แต่ถ้าคิดว่าการจะเปิดร้านกาแฟสักร้านแค่มีเครื่องชง มีสถานที่และชงกาแฟเป็นแล้วร้านจะอยู่รอด คุณกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ครับ หากคุณขาดแผนธุรกิจร้านกาแฟ ที่ใช้ในการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนมารองรับ ร้านกาแฟในฝันของคุณก็คงจะกลายเป็นฝันสลายในชั่วพริบตา ทางรอดที่จะทำให้ร้านกาแฟของคุณอยู่ได้คุณจำเป็นต้องสร้างแผนธุรกิจ แล้วแผนธุรกิจร้านกาแฟจะต้องทำยังไง และจะช่วยคุณได้อย่างไรนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ

1.วิเคราะห์ตัวเอง คำนวณทุก ๆ ความเป็นไปได้

สิ่งแรกที่คุณควรจะทำในแผนธุรกิจคือ วิเคราะห์ตัวคุณเองเสียก่อนว่า ร้านกาแฟของคุณมีอะไรดี มีจุดอ่อนตรงไหน และต้องการจะชูจุดแข็งส่วนไหน มีโอกาสหรืออุปสรรคอะไรบ้างเพื่อที่คุณจะได้รู้ศักยภาพของตัวเอง

2.วิเคราะห์ตลาด หาข้อมูลรอบด้านเกี่ยวร้านกาแฟของคุณ

คุณต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นใคร คุณมีคู่แข่งกี่รายบ้างในพื้นที่รัศมี 1-3 กิโลเมตรที่คุณจะเปิดร้าน และเขามีกลยุทธ์หรืออะไรที่น่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับร้านของคุณ จงหาข้อมูลและลงพื้นที่บ่อยๆ เพื่อจะได้รู้ว่าคุณควรทำแผนธุรกิจร้านกาแฟอย่างไรต่อไป

3.กำหนดกลยุทธ์และวางแผนการตลาด

เมื่อสำรวจตัวเองและตลาดแล้ว คุณควรจะกำหนดกลยุทธ์ให้ร้านกาแฟของคุณว่าจะสู้เขาได้อย่างไร และควรวางแผนการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเข้าร้านของคุณ โดยเริ่มตั้งแต่ตัวสินค้าที่นำมาขาย ราคาสินค้า การตกแต่งตัวร้าน วิธีการให้บริการของพนักงาน และในส่วนของการโปรโมทร้านกาแฟ รวมถึงในส่วนของการทำโปรโมชั่น

4.เงินทุนต้องชัดเจนส่วนไหนใช้ทำอะไร

การทำธุรกิจล้วนต้องอาศัยเงินทุน หากคิดจะเปิดร้านกาแฟคุณควรกำหนดให้เงินทุนเป็นหนึ่งในแผนธุรกิจร้านกาแฟของคุณ โดยตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีอยู่เท่าไร ส่วนไหนเป็นเงินทุนค่าก่อสร้าง ค่าตกแต่งร้าน ค่าอุปกรณ์ในร้าน หรือค่าวัตถุดิบ และส่วนไหนคือเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ความชัดเจน ป้องกันความสับสน และไม่ทำให้ใช้จ่ายเกินงบประมาณ

5.วางแผนการบริหารจัดการ

เมื่อเรามีข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจร้านกาแฟแล้ว เราก็ต้องมีการคิดวางแผนเรื่องการบริหารจัดการ ที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับแผนธุรกิจ เพราะหากขาดการบริหารที่ดี ก็เหมือนขาดฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปในอนาคต การวางแผนการบริหารในที่นี้รวมหลากหลายด้าน ทั้งด้านการทำงานในร้าน บริหารวัตถุดิบ บริการพนักงาน รวมไปถึงบริหารด้านการเงินของร้านกาแฟอีกด้วย

แผนธุรกิจร้านกาแฟ2

6. คำนวณระยะเวลาคืนทุน

การหาระยะเวลาคืนทุน ก็เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการสร้างร้าน กำหนดเงินทุนในการเปิดร้านและตรวจสอบความสามารถในการสร้างรายได้ของร้านกาแฟคุณ ซึ่งระยะเวลาคืนทุนคือ จุดที่ร้านเราสามารถทำรายรับหรือมีรายได้สะสมเท่ากับเงินทุนที่เสียไป ด้วยระยะเวลาหนึ่ง หรือสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลากี่ปี กี่เดือน เป็นการวางแผนธุรกิจเพื่อให้เห็นภาพรวมระยะยาว

การคำนวณหาระยะเวลาคืนทุนแบบคร่าวๆ และไม่ซับซ้อน คุณจะต้องรู้ตัวเลข 4 ตัวด้วยกัน คือ เงินลงทุน ประมาณการรายได้ต่อเดือน ประมาณการค่าใช้จ่ายต่อเดือน และประมาณการกำไรต่อเดือน ยกตัวอย่างเช่น

– เงินลงทุน = 1,000,000 บาท

– ประมาณการรายได้ = 200,000 บาทต่อเดือน

– ประมาณการค่าใช้จ่าย = 150,000 บาทต่อเดือน

– ประมาณการกำไร = 200,000-150,000 = 50,000 บาทต่อเดือน

การคำนวณให้เอาต้นทุนตั้ง ลบออกด้วยกำไรต่อเดือน 1,000,000÷50,000 = 20 เดือน

ดังนั้นในกรณีการวางแผนธุรกิจร้านกาแฟร้านนี้ จะมีระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 20 เดือน หรือ 1 ปี 8 เดือนนั่นเอง เมื่อหาจุดคืนทุนได้แล้ว มันจะช่วยคุณพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะตัดสินใจลงทุนทำร้านกาแฟของคุณ หรือปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายเพื่อให้เกิดระยะคืนทุนเร็วขึ้น เช่นการหาวิธีลดเงินลงทุนนั่นเอง

7. หาจุดคุ้มทุน

เป็นวิธีการเพื่อใช้กำหนดราคาขายหรือการหาว่าจะต้องมียอดขายเท่าไรจึงจะเท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของร้านและเพื่อทราบว่าในแต่ละเดือน แต่ละวันจะต้องขายได้อย่างน้อยกี่แก้วเพื่อจะไม่ขาดทุน (แต่ก็เป็นจุดที่ยังไม่ได้กำไร)

วิธีการคำนวณคือ เอาต้นทุนคงที่ หารด้วยกำไร แต่ขั้นต้นเราต้องรู้ก่อนว่ากำไรต่อแก้วเป็นเท่าไหร่ เช่น ต่อให้ในร้านมีเมนูน้ำหลายอย่าง กำไรอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย ให้หากำไรเฉลี่ยแทน ส่วนต้นทุนให้คิดจากต้นทุนคงที่ต่อเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าพนักงานต่อ ค่าน้ำ ค่าไฟ

– ต้นทุนคงที่: ค่าเช่า+ค่าพนักงาน+ค่าน้ำ ค่าไฟ = 20,000+15,000+3,500 = 38,500 บาทต่อเดือน

– กำไรต่อแก้ว: ราคาขาย-ต้นทุนต่อแก้ว = 50-15 = 35 บาทต่อแก้ว

คิดง่ายๆ โดยการนำต้นทุน หารด้วยกำไร จุดคุ้มทุนของร้านกาแฟก็จะได้เป็น 38,500÷35 = 1,100 แก้วต่อเดือน จำนวนตรงนี้ออกมาเป็นต่อเดือนเนื่องจากเราใช้ต้นทุนต่อเดือนมาคิด หากต้องการรู้ต่อวันให้นำจำนวนแก้วต่อเดือน หารด้วยจำนวนวันที่เปิดร้าน เช่น 1,100÷30 = 36 แก้วต่อวัน

ดังนั้นจะต้องขายกาแฟให้ได้วันละประมาณ 36 แก้วต่อวันจึงจะถือเป็นจุดคุ้มทุน ซึ่งหากมีต้นทุนใดเพิ่มขึ้นมาเราก็สามารถปรับเพิ่มต้นทุนพื่อจะรู้ว่าร้านกาแฟของเราควรมียอดขายอยู่ที่เท่าไรจึงจะไม่ทำให้เราขาดทุนครับ

“จุดคุ้มทุน”และ “ระยะเวลาคืนทุน” แตกต่างกันอย่างไร

คำ 2 คำนี้อาจฟังดูคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างกันนะครับ อย่าสับสนหากนำไปใช้ เพราะระยะเวลาคืนทุน คือการใช้หาระยะเวลาที่ธุรกิจร้านกาแฟของคุณจะสามารถทำกำไรได้เท่ากับเงินลงทุนและทุนผันแปร (เช่นค่าเช่า ค่าพนักงาน) ที่เสียไป เช่น อาจใช้ระยะเวลา 2 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง จะเห็นได้ว่า ระยะเวลาคืนทุนใช้ในการวางแผนธุรกิจร้านกาแฟระยะยาว

ส่วนจุดคุ้มทุน คือการหาว่าหากคุณทำธุรกิจร้านกาแฟ คุณจะต้องขายกาแฟให้ได้อย่างน้อยกี่แก้วต่อวัน หรือต่อเดือน เพื่อให้คุ้มกับต้นทุนที่ต้องเสียไปแต่ละเดือน แต่ละวัน เหมาะกับการใช้เพื่อการทำแผนธุรกิจร้านกาแฟระยะสั้นกว่า คือเป็นเดือน หรือเป็นวันนั่นเอง ซึ่งจำนวนแก้วที่ต้องขาย ยังไม่ก่อให้เกิดกำไร หากขายได้เกินที่ประมาณการ จึงจะถือเป็นกำไรนะครับ

จะเห็นได้ว่าการวางแผนธุรกิจเมื่อคุณคิดจะเปิดร้านกาแฟ เป็นวิธีป้องกันไม่ให้คุณต้องเจ็บตัวในโลกธุรกิจอันแสนโหดร้ายนี้ เพราะข้อมูลที่ได้จากแผนธุรกิจจะช่วยให้คุณประเมินโอกาสอยู่รอดและโอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จในธุรกิจไปพร้อมๆ กัน

Last modified: November 13, 2018