8 ข้อที่ต้องรู้ ก่อนซื้อกล้องติดรถยนต์ดีๆ ซักตัว

Written by How To, Reviews

เลือกกล้องติดรถยนต์

อุบัติเหตุถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือกับคนที่เรารักแน่นอน แต่ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เราควรมีหลักฐานเพื่อนำมาใช้ดำเนินคดีต่อไป ดังนั้นกล้องติดรถยนต์จึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่คู่ควรประจำรถไปโดยปริยายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราประกอบอาชีพเป็นคนขับรถขนส่งด้วยล่ะก็ ยิ่งจำเป็นที่จะต้องมีกล้องติดรถยนต์     หากเกิดเหตุร้ายขึ้น จากที่ไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนผิด ใครเป็นคนถูก แต่กล้องติดรถยนต์จะกลายเป็นเหมือนพยานที่มัดตัวคนผิดได้อย่างง่ายดาย
ซึ่งวันนี้เรามีทริคดีๆ ในการเลือกกล้องติดรถยนต์มาบอกกัน และสำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังเล็งหากล้องติดรถยนต์ดีๆ สักตัว ที่มีคุณภาพเกินราคา ซื้อแบบไหนดีนะถึงจะคุ้มที่สุด มาดูกันเลย

ฟังก์ชั่นใดบ้างที่ต้องมีในกล้องติดรถยนต์

ในการจะเลือกกล้องติดรถยนต์คู่ใจดีๆ สักตัว อย่าเน้นที่ราคาเป็นหลักเท่านั้น เพื่อนๆ ควรจะโฟกัสไปที่ฟังก์ชั่นของกล้องมากกว่า ว่าเราจะสามารถใช้ประโยชน์อะไรจากมันได้บ้าง และต้องการฟังก์ชั่นใดบ้าง ซึ่งฟังก์ชั่นเด่นๆ ที่ต้องมีเลยก็คือ

1.ความละเอียดของวิดีโอ

โดยความละเอียดของตัวกล้องติดรถยนต์ควรเป็นแบบ Full HD (1080p) หรือ HD Ready (720p) ด้วยค่าความละเอียดเท่านี้เราสามารถให้ภาพออกมาอย่างชัดเจน และมากพอให้เห็นรายละเอียดต่างๆ ได้ ช่วยให้เราสามารถรู้ไปเลยว่าใครผิดใครถูก และที่สำคัญที่ห้ามลืมสังเกตเป็นอันขาดก็คือ ตัวเลนส์กล้องและชิปประมวลผล ซึ่งสองสิ่งนี้จะเป็นเหมือนตัวเสริมให้กล้องมีการบันทึกไฟล์วิดีโอได้ละเอียดมากขึ้น

2.ค่า FPS ต้องสูงเพื่อความสมจริง

เพื่อให้ไฟล์วิดีโอของกล้องติดรถยนต์ทำงานได้อย่างลื่นไหลและสมจริง อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ค่า FPS หรือ Frame Per Second พูดกันง่ายๆ ก็คือ เป็นหน่วยวัดความเคลื่อนไหวในกล้องวีดีโอต่อ 1 นาทีนั่นเอง ยิ่งค่า FPS สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ไฟล์ภาพที่สมจริงและสมูธมากเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ค่า FPS ก็ไม่ควรสูงเกินลิมิตที่ 30 FPS และไม่ควรน้อยกว่า 25 FPS เพราะหากค่า FPS สูงเกินไป จะกินพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลนั่นเอง

กล้องติดรถยนต์ในเวลากลางคืน

3. ภาพต้องออกมาสวยแม้ในยามกลางคืน

เพราะเราไม่รู้เลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นกับเราในตอนไหน การเลือกกล้องติดรถยนต์ที่สามารถเก็บความคมชัดได้ดีแม้ในยามกลางคืนก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งตัวช่วยที่จะทำให้การเก็บภาพในเวลากลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพก็หนีไม่พ้นฟังก์ชั่นเทคโนโลยี WDR หรือ Wide Dynamic Range การทำงานของระบบนี้คือการบันทึกภาพซ้อนในเวลาเดียวกัน ทั้งภาพในสภาวะปกติ และภาพที่สว่างกว่าปกติ เมื่อนำมารวมกัน จะทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนแม้ในเวลากลางคืน ดังนั้นกล้องติดรถยนต์ควรมีค่า WDR เพื่อช่วยให้การจับภาพในตอนกลางคืนคมชัดและสวยขึ้นแม้แสงจะน้อยก็ตาม

4. รูรับแสงให้ภาพสว่าง

หากใครเป็นสาวกกล้องถ่ายรูปต้องรู้จักเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะรูรับแสงจะเป็นตัวคุมปริมาณแสงให้เข้ามาในกล้อง หรือที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ว่าค่า F/Stop นั่นเอง ซึ่งรูรับแสงเท่าไหร่ดีล่ะถึงจะพอเหมาะกับกล้องติดรถยนต์ หลักการง่ายๆ ให้เราเลือกกล้องติดรถยนต์ที่มีค่ารูรับแสงต่ำไว้ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่มุ่งเน้นภาพในตอนกลางคืน เพราะค่ารูรับแสงต่ำจะทำให้เห็นภาพกว้างขึ้น แสงสว่างมากขึ้น และให้ภาพออกมากคมชัดขึ้น

5. มุมมองของกล้อง

มุมกล้องกว้างไปก็ไม่ดี มุมกล้องแคบไปก็เก็บรายละเอียดได้ไม่หมด ดังนั้น มุมกล้องที่แนะนำสำหรับกล้องติดรถยนต์ ควรจะเป็นเลนส์แบบ Fish Eye ซึ่งจะได้ภาพที่มีลักษณะนูนออกมาด้านหน้า เพื่อเก็บภาพในส่วนของด้านข้างได้กว้างขึ้นทั้งบนล่างและซ้ายขวานั่นเอง

กล้องติดรถยนต์ดีๆ

6. ต้องมีระบบ G-Sensor

ในยามที่เกิดอุบัติเหตุ แน่นอนว่าต้องมีการสั่นสะเทือนจากแรงกระแทก ซึ่งระบบ G-Sensor ที่มากับกล้องติดรถยนต์จะเป็นตัวช่วยจับแรงสะเทือนที่เกิดขึ้นแบบกะทันหันได้ โดยจะทำหน้าที่บันทึกภาพในช่วงที่รถโดนการกระแทกเป็นไฟล์พิเศษแยกออกมา เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหายหรือไปทับซ้อนกับข้อมูลอื่นๆ ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นหนึ่งที่จำเป็นสำหรับกล้องติดรถยนต์เลยทีเดียว

7. แบตเตอรี่

กล้องติดรถยนต์ในสมัยนี้มีทั้งแบบที่มีแบตเตอรี่ในตัวกับแบบที่ต้องอาศัยคาปาซิเตอร์ (ต่อไฟจากที่จุดบุหรี่) ซึ่งหลายๆ คนอาจจะชอบแบบที่มีแบตเตอรี่ในตัวเพราะว่าดูสะดวกสบายในการใช้งานหน่อย ไม่ต้องเสียเวลามาต่อไฟเพิ่ม แต่กลับกลายเป็นว่ากล้องติดรถยนต์ที่ไม่มีแบตเตอรี่ในตัวกลับดีซะกว่า เพราะหมดปัญหาเรื่องแบตเสื่อม แบตบวมมากวนใจในภายหลัง

8. การรับประกันสินค้า

ปัจจุบันมีหลากหลายร้านค้าที่จำหน่ายกล้องติดรถยนต์ แต่จะดีกว่าไหมหากเราเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ที่มีการรับประกันสินค้า เพราะกล้องติดรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์ที่มีราคา และประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ดังนั้นการรับประกันสินค้าจะทำให้เราอุ่นใจขึ้น หากอุปกรณ์ชำรุดหรือใช้งานไม่ได้

กล้องติดรถยนต์จาก Xiaomi ฟังก์ชั่นครบ จบได้ในตัวเดียว

  หลายๆ คนก็คงกำลังอยากได้คำตอบกันแล้วว่ากล้องติดรถยนต์ยี่ห้อไหนดีล่ะที่จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าที่สุด ก็ต้องนี่เลยค่ะ เราเลือกมาให้แล้วว่าคุ้มค่า และน่าลองที่สุดด้วย กล้องติดรถยนต์ Mi Dashcam รุ่น QDJ4007CN จาก Xiaomi นั่นเอง นอกจากกล้องติดรถยนต์รุ่นนี้จะมีฟังก์ชั่นครบตาม 8 ข้อที่เราได้พูดกันไปแล้วนั้น ยังมีอะไรดีๆ ที่เราคาดไม่ถึง

1.รองรับการเชื่อมต่อ Wifi ช่วยให้เราสะดวกสบายในการส่งไฟล์ภาพหรือไฟล์วิดีโอมายังมือถือได้ทันที
2. รองรับระบบมือถือทั้ง Android และ iOS
3. มีไมค์และลำโพงในตัว
4. ใช้เลนส์กล้องแบบ Wide-Angle ทำให้เก็บภาพในมุมกว้างได้ถึง 160 องศา
5. มีแบตเตอรี่ในตัว 240 mAh พร้อมสายชาร์จสำหรับช่องจุดบุหรี่


6. หน่วยความจำรองรับได้ถึงระดับ Micro SD Card บรรจุความจำได้สูงถึง 64 GB


7. มีชิปประมวลผลภาพ Mstar MSC8328P และมีระบบเซ็นเซอร์ Sony IMX323,1 / 2.9 inch CMOS รับรองว่าไฟล์ภาพละเอียดสุดๆ
8. มาพร้อมกับความละเอียดระดับ 1080P ด้วยขนาดรูรับแสงที่ F/1.8
9. โอ่อ่าไปกับหน้าจอแบบ LCD ขนาด 3 นิ้ว ด้วยระบบ Touchscreen อีกด้วย


10. รองรับฟังก์ชั่น Parking Monitoring ที่จะช่วยบันทึกภาพหากเกินการชนในขณะที่รถจอด

แม้ว่ากล้องติดรถยนต์จะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราขับขี่รถอย่างปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น จะมีอุปกรณ์ใดทำหน้าที่เป็นเหมือนพยานคู่ใจเราได้ดีที่สุดเท่ากล้องติดรถยนต์ ทั้งกรณีที่เกิดกับเราเองและเกิดกับเพื่อนร่วมทางบนถนนคันอื่นๆ และวันนี้เพื่อนๆ ก็ได้รู้กันไปแล้ว หากเราจะเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ซักตัว ควรดูปัจจัยประกอบใดบ้าง และจะซื้อกล้องติดรถยนต์ยี่ห้อไหนดี หากใครตัดสินใจได้แล้ว สามารถเข้ามาช็อปกันได้ที่ OfficeMate เพราะเรามีบริการจัดส่งฟรี* แถมรับประกันสินค้า กล้องติดรถยนต์ Mi Dashcam ดำ Xiaomi QDJ4007CN ให้อีก 1 ปีเต็ม

Last modified: July 6, 2018