How-to อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ต้องเริ่มยังไง?

Written by Business

How-to อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เริ่มยังไง

ในยุคที่การทำงานแบบมนุษย์เงินเดือนกลายเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ของใครหลายๆ คน อาจเป็นเพราะรายได้น้อย ไม่เพียงพอสำหรับค่าครองชีพ ต้องใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เพื่อนร่วมงานน่าปวดหัวหรือเจ้านายจอมเรื่องมาก ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้อาจกลายมาเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณเริ่มอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากเป็นเจ้าของกิจการและใช้ชีวิตเป็นนายตัวเอง

แต่คุณอาจจะกำลังกังวลอยู่ใช่มั้ยคะว่าสำหรับมือใหม่แล้วการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นต้องเริ่มยังไง มีอะไรที่เราต้องศึกษาก่อนเริ่มต้นเปิดร้านหรือเปิดกิจการของตัวเองบ้าง บทความของเราวันนี้จึงได้รวบรวมเคล็ดลับและเรื่องที่นักธุรกิจมือใหม่ควรรู้ เป็น How-to ฉบับสั้นๆที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจทุกคนค่ะ

ขั้นเตรียมความพร้อม

1.สำรวจความชอบและความถนัดของตัวเอง

การจะเริ่มทำธุรกิจควรเริ่มจากการสำรวจตัวเองก่อนเสมอ การศึกษาตัวเองว่ามีความชอบหรือถนัดเรื่องอะไรเป็นพิเศษสามารถทำให้เรานำมาต่อยอดเป็นทางเลือกในการทำธุรกิจต่างๆ ได้ เช่น หากคุณสาวๆ ชื่นชอบเรื่องความสวยความงาม ติดตามอัพเดทข่าวสารเครื่องสำอางอินเทรนด์อยู่เสมอ อาจลองนำความสนใจด้านนี้มารับพรีออเดอร์เครื่องสำอางออนไลน์และเปิดร้านขายของออนไลน์ได้ ส่วนใครที่ทำอาหารเก่งหรือมีความรู้เรื่องอาหารเครื่องดื่ม การเริ่มต้นเปิดร้านอาหารหรือร้านกาแฟเล็กๆ ก็เป็นอีกความฝันสำหรับนักธุรกิจมือใหม่หลายคนเลยค่ะ

การที่เราสำรวจตัวเองเพื่อค้นหาสิ่งที่ถนัด มีความสนใจและรักที่จะทำนั้น ทำให้เราสามารถทุ่มเท ศึกษาและลงทุนลงแรงกับมันได้อย่างเต็มที่ ทำให้คุณมีกำลังใจที่จะทำต่อไปในวันที่อาจต้องเจอกับอุปสรรคหรือความยากลำบาก เพราะฉะนั้นอย่าลืมนะคะ ขั้นแรกเราต้องค้นหาตัวเองให้เจอว่าอะไรคือสิ่งที่เราชอบและอยากทำจริงๆ

2.สำรวจเงินทุน

เรื่องเงินนับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจ sme ของตัวเองอีกเรื่องเลยค่ะ เพราะไม่ว่าจะยังไงเราก็ต้องมีการลงทุนก่อนเสมอถึงจะได้กำไร เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าตัวเองต้องการเปิดร้านหรือเปิดกิจการประเภทไหน เราก็ต้องทำการศึกษางบประมาณคร่าวๆ ที่ต้องใช้ แล้วจากนั้นจึงลองมาดูกันว่าเงินเก็บส่วนตัวของคุณมีเพียงพอหรือไม่ หากไม่พอต้องเก็บเพิ่มเท่าไร และหาเงินเพิ่มด้วยวิธีไหน นอกจากนี้คุณต้องมีเงินทุนสำรองประมาณ 1-2 เท่าเพื่อใช้สำหรับเป็นทุนหมุนเวียนและเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินด้วยนะคะ

3. สำรวจตลาดและทำเล

เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้สำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจเลยค่ะ การสำรวจตลาด จะทำให้เรารู้จักกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้นว่าลูกค้ามีความชอบหรือความต้องการแบบไหน ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สินค้าและบริการมาตอบสนองได้อย่างตรงจุด ส่วนทำเลที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ร้านของคุณมีลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอหากเราเลือกเปิดธุรกิจที่เหมาะสมกับทำเลนั้นๆ

เราลองมาดูตัวอย่างการสำรวจตลาดและการเลือกทำเลที่ดีกันนะคะ เช่น นาย A เปิดร้าน Café ใกล้ๆกับสถานีรถไฟฟ้า ทุกวันขายได้หลายร้อยแก้วเพราะเป็นทางผ่านของทั้งนักเรียน นักศึกษาและคนทำงานที่ต้องการเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นทั้งช่วงเช้า กลางวัน และเย็น, นางสาว B ลงทุนเปิดร้านขายเครื่องเขียนน่ารักสไตล์ญี่ปุ่นเกาหลีใกล้กับโรงเรียนมัธยม แต่ละวันมีนักเรียนมาอุดหนุนเป็นจำนวนมากเพราะสินค้ามีสไตล์แตกต่างจากร้านทั่วไปในละแวกนั้น ทำให้แปลกใหม่น่าใช้งาน

จากตัวอย่างทำให้คุณเห็นภาพกันมากขึ้นมั้ยคะ นักธุรกิจมือใหม่ทั้งหลายอย่าลืมบอกตัวเองเสมอนะคะว่า ต้องรู้จักลูกค้า รู้จักตลาดและฉลาดเลือกทำเลเสมอ

ขั้นลงมือทำ

1. วางแผนธุรกิจ

เรามีเครื่องมือมาแนะนำสำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นวางแผนธุรกิจยังไง นั่นคือการใช้หลัก SWOT หลักการที่นักการตลาดมืออาชีพทั่วโลกใช้เพื่อวางแผนกลยุทธ์ทำธุรกิจอย่างยั่งยืน

SWOT ประกอบไปด้วย

S (Strengths) หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็งของธุรกิจที่ทำให้คุณได้เปรียบคู่แข่งรายอื่น

W (Weaknesses) หมายถึง จุดอ่อนหรือจุดด้อยของธุรกิจที่เราต้องศึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ไขให้ได้

O (Opportunities) หมายถึง โอกาสหรือปัจจัยภายนอกที่ทำให้คุณสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้

T (Threats) หมายถึง ปัจจัยภายนอกที่เป็นอุปสรรคหรือข้อจำกัดต่อการทำธุรกิจซึ่งคุณต้องปรับตัวเผื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นให้ได้

เมื่อวิเคราะห์ SWOT ออกมาได้แล้ว ลองนำข้อมูลที่วิเคราะห์ได้มาเป็นหลักในการวางแผนการตลาด เช่น ตั้งเป้าขายสินค้าหรือบริการให้ได้วันละเท่าไร ต้องใช้วิธีโปรโมทร้านแบบไหน ทำการตลาดออนไลน์ดีมั้ย และที่สำคัญต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อวิเคราะห์กำไร-ขาดทุนด้วย เพื่อทำให้เราสามารถปรับแผนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับรายได้แต่ละช่วงนั่นเองค่ะ

2. ลงมือทำ ลงมือทำและลงมือทำ!!

แผนการต่างๆ ที่วาดฝันเอาไว้จะไม่มีความหมายเลยหากคุณไม่ลงมือทำ เพราะฉะนั้นเมื่อรู้ความชอบและความต้องการของตัวเอง มีเงินทุนเพียงพอ รู้จักตลาด ได้ทำเลการเปิดกิจการตามที่ต้องการ และมีแผนการทำธุรกิจที่เหมาะสมแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการเปิดกิจการ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟ บูติกโฮเตลหรือการขายของออนไลน์ นอกจากนี้เมื่อเริ่มต้นแล้วคุณต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอุปสรรคใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงของโลก อย่าอยู่นิ่ง ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้และปรับปรุงแผนการตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนค่ะ

ข้อคิดที่เจ้าของกิจการมือใหม่ต้องรู้ก่อนทำธุรกิจ

1. เงินทุนสำรอง

เงินทุนสำรองมีความสำคัญสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเผื่อไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น การขาดทุน คุณก็สามารถใช้เงินทุนสำรองเพื่อต่อสายป่านหรือหมุนเวียนเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ หรือใช้ในกรณีจำเป็น เช่น การขยายกิจการที่เติบโตขึ้นอย่างกระทันหัน เป็นต้น หากคุณไม่มีเงินทุนสำรองเตรียมไว้เลย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เรายกตัวอย่างมาก็อาจทำให้คุณสูญเสียโอกาสทางธุรกิจไปได้ค่ะ ดังนั้นอย่าลืมสำรองเงินทุนไว้ 1-2 เท่าของเงินลงทุน รวมถึงตั้งกฎกับตัวเองว่าจะไม่นำเงินจำนวนนี้ออกมาใช้หากไม่จำเป็นจริงๆ

2. การหาลูกจ้างและการบริหารทรัพยากรมนุษย์

การหาลูกจ้างและการบริหารทรัพยากรมนุษย์

สำหรับบางคน ธุรกิจของคุณอาจเป็นงานที่ไม่สามารถทำด้วยตัวคนเดียวได้ เช่น ร้านอาหาร บูติกโฮเตลหรือโรงแรมขนาดเล็ก อพาร์ทเม้นท์ หรือร้านค้าอื่นๆ นอกจากนี้กิจการของหลายๆ คนที่เติบโตมากขึ้นก็อาจต้องการลูกจ้างเพื่อช่วยงานในส่วนต่างๆ ด้วยเช่นกัน เมื่อต้องเริ่มทำงานกับคนอื่น ในฐานะเจ้าของกิจการคุณต้องศึกษาเรื่องทรัพยากรมนุษย์เบื้องต้นไว้บ้าง เพื่อให้รู้จักเคล็ดลับการบริหารคน การเลือกใช้คนให้ตรงกับงาน หรือค่าแรงและสวัสดิการที่เหมาะสม นอกจากนี้ในการรับสมัครนอกจากประกาศรับผ่านหน้าร้านโดยตรงแล้ว ก็ควรเลือกลงประกาศกับแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์หางานที่ได้มาตรฐาน เป็นต้น ในช่วงแรกคุณอาจต้องปวดหัวเมื่อมีลูกจ้างและต้องทำงานร่วมกับคนอื่น แต่เราเชื่อว่าในที่สุดแล้วประสบการณ์ของคุณจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาค่ะ

3. การร่วมลงทุนกับหุ้นส่วนหรือพาร์ทเนอร์

การร่วมลงทุนกับหุ้นส่วนหรือพาร์ทเนอร์

เมื่อกิจการขยับขยายมากขึ้น เงินลงทุนก็อาจต้องเพิ่มขึ้นไปเป็นเท่าตัว ดังนั้นการมองหาหุ้นส่วนหรือพาร์ทเนอร์สำหรับธุรกิจ sme ก็กลายมาเป็นอีกทางเลือกสำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ พาร์ทเนอร์ของคุณอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนหรือคนใกล้ชิดก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่มีความสนใจในเรื่องธุรกิจเช่นเดียวกัน คุยกันรู้เรื่อง มองอนาคตและมีเป้าหมายในการทำธุรกิจร่วมกัน มีการร่างสัญญาที่ชัดเจนถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนและควรมีการประชุมเพื่อสรุปงานทุกเดือน

หากคุณเจอพาร์ทเนอร์ที่ดีก็เรียกได้ว่าโชคดีกว่าถูกล็อตเตอรี่เพราะเขาหรือเธอจะเป็นกำลังสำคัญทั้งด้านเงินทุนและมันสมองในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตต่อไปร่วมกับคุณ ดังนั้นให้ความสำคัญกับการเลือกคนที่ใช่จริงๆ ด้วยนะคะ

และนี่ก็คือเคล็ดลับและข้อคิดสำหรับนักธุรกิจมือใหม่ที่กำลังต้องการคำตอบว่า ก่อนเริ่มต้นเปิดกิจการของตัวเองควรรู้อะไรบ้างและต้องเริ่มจากจุดไหน อย่าลืมนำ How-to นี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแนวทางการเริ่มต้นทำธุรกิจของคุณนะคะ สำหรับใครที่อยากจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยการจดทะเบียนบริษัท สามารถอ่านบทความดีๆได้ที่ 3 Step จดทะเบียนบริษัท(จำกัด) ด้วยตัวเองแบบฟรีๆ ไม่ยากอย่างที่คิด!

หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างอุปกรณ์สำนักงาน  เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน หรือ อุปกรณ์ออฟฟิศอิเล็กทรอนิกส์  สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ OfficeMate Online Shop

Last modified: August 28, 2018

%d bloggers like this: