วิตามิน 6 ชนิด ที่จะเปลี่ยนวิกฤตสุขภาพชาวออฟฟิศให้ดีขึ้น

Written by Health Care

วิตามินสำหรับชาวออฟฟิศ

กินดี…มีสุข เป็นประโยคที่ทุกคนมักได้ยินกันอยู่เสมอ ประโยคสั้นๆ ที่เข้าใจง่าย แต่ทำตามสุดแสนที่จะยาก การกินดี คือ การรู้จักเลือกกินอาหารให้ถูกหลักครบ 5 หมู่ ตามความต้องการของร่างกายเพื่อช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย สามารถใช้ชีวิตทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ในโลกปัจจุบันยุค 4G เวลาที่หมุนไปอย่างรวดเร็วร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่อัดแน่นในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนวัยทำงานหรือพนักงานออฟฟิศที่ต้องตื่นเช้าฝ่าการจราจรที่คับคั่งเพื่อมาทำงานแข่งกับเวลา อาหารที่กินจึงเน้นสะดวก และถูกปากมากกว่าการกินอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ส่งผลให้ร่างกายเสื่อมโทรม มีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และนี่แหละคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังขาดวิตามิน

วิตามินและอาหารเสริมกลายมาเป็นตัวช่วยที่สำคัญสำหรับคนวัยทำงาน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องการพลังงาน ความแข็งแรง ความกระฉับกระเฉง และมีสมองที่ปลอดโปร่ง วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลวิตามินและอาหารเสริมรวม 6 ชนิดที่จะช่วยให้ชาวออฟฟิศมีชีวิตดีขึ้น และจำเป็นต่อคนวัยทำงานมาฝาก ลองมาดูกันนะคะว่าแต่ละตัวนั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

วิตามินเอ (Vitamin A)

เป็นวิตามินบำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็น ช่วยให้ตาสู้แสงได้ในเวลากลางวัน ถ้าขาดมักจะมีอาการเยื่อบุตาแห้งและอักเสบได้ วิตามินเอมักพบในอาหารจำพวกเครื่องใน ไข่แดง ผักโขม ผักผลไม้สีเหลือง เป็นต้น แต่สำหรับชาวออฟฟิศที่ไม่มีเวลาเลือกทานอาหารเหล่านี้ และยังต้องใช้สายตาอย่างหนักเพ่งจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจจะต้องทานวิตามินเอเสริม แต่เนื่องจากวิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันซึ่งอาจส่งผลข้างเคียงเมื่อตกค้างในร่างกายดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนรับประทานนะคะ

วิตามินสำหรับชาวออฟฟิศ

วิตามินบี (Vitamin B)

ด้วยพฤติกรรมการทำงานของชาวออฟฟิศที่ต้องเจอกับเนื้องานที่ยาก และใช้ความคิดอยู่เสมอ จนอาจทำให้เกิดความเครียดได้บ่อยๆ ควรเลือกตัวช่วยเป็นวิตามินบี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการบำรุงสมองและระบบประสาทได้ดี ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดี ช่วยลดความเครียด รวมทั้งช่วยส่งเสริมให้เกิดการเผาผลาญพลังงานในเซลล์ ทำให้ร่างกายรู้สึกมีพลังอยู่เสมอ เราอาจจะเลือกรับประทานเป็น วิตามินบี1 ที่สามารถช่วยลดการเสื่อมโทรมจากการทำงานหนัก ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า หรือ วิตามินบีรวม ที่ช่วยบำรุงสมอง คลายเครียด และยังช่วยให้ระบบประสาททำงานดีขึ้นอีกด้วย

วิตามินซี (Vitamin C)

ถ้าพูดถึงวิตามินซีสาวๆ ออฟฟิศคงจะรู้จักเป็นอย่างดีโดยเฉพาะสรรพคุณที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้าและผิวพรรณ ทั้งยังส่งเสริมการสร้างคลอลาเจน แต่ประโยชน์ของเจ้าวิตามินซีไม่ได้มีแค่นี้นะ เพราะยังมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้สามารถกำจัดเชื้อโรค และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคหวัดได้ดีขึ้น จึงช่วยลดระยะเวลาในการเป็นหวัดลง ชาวออฟฟิศคนไหนที่ป่วยบ่อย พักผ่อนน้อย ตากแดดตากฝน แล้วกลัวว่าจะไม่สบายจนต้องขาดงาน สามารถให้วิตามินซีเป็นตัวช่วยได้นะคะ

วิตามินดี (Vitamin D)

เป็นวิตามินที่รู้กันว่ามีอยู่ในแสงแดด ทำให้หลายๆ คนไม่ค่อยนึกถึง แต่รู้หรือไม่ว่า ได้มีการเก็บข้อมูลในพนักงานออฟฟิศ 211 แห่งทั่วกรุงเทพปี 2015 และพบว่า 36.5% หรือทุก 1 ใน 3 คนของพนักงานออฟฟิศขาดวิตามินดี เนื่องจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่มักนั่งทำงานในออฟฟิศตั้งแต่เช้าจรดเย็น และละเลยการทานอาหารที่มีวิตามินดี จึงส่งผลให้ขาดวิตามินชนิดนี้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งประโยชน์ของวิตามินดีนั้นมีมากมาย ได้แก่ ช่วยควบคุมการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ส่งเสริมการสร้างกระดูกและฟัน ถ้าขาดจะทำให้ปวดเมื่อยได้ง่าย และเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนอีกด้วย อาหารตามธรรมชาติที่มีวิตามินดี ได้แก่ ปลาที่มีไขมันมากๆ อย่างปลาแซลมอน เนื้อวัว ไข่แดง เห็ด เป็นต้น

วิตามิน_น้ำมันปลา

น้ำมันปลา (Fish Oil)

เป็นอาหารเสริมที่มีประโยชน์ต่อทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพนักงานออฟฟิศที่ต้องใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นแหล่งของไขมันดีอย่างโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ในส่วนของความคิดและความจำ ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และยังสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ปวดหลัง ปวดข้อมือข้อนิ้วที่มักเกิดกับคนทำงานได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี สำหรับชาวออฟฟิศหลายคนอาจจะต้องพบเจอกับมลพิษทางอากาศจากการเดินทางมาทำงานบ่อยๆ ควรมองหาวิตามินเสริม อย่างน้ำมันปลา เพราะมีสรรพคุณในการป้องกันร่างกายจากมลพิษทางอากาศอีกด้วย

เมลาโทนิน (Melatonin)

ตัวนี้อาจไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ชาวออฟฟิศบางคนที่เคร่งเครียดกับงานจนทำให้นอนไม่หลับ หรือทำงานดึกๆ ต่อเนื่องจนทำให้กลายเป็นคนนอนหลับยาก และเมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะส่งผลเสียกระทบต่อหลายๆ อย่างตามมา เช่น เบลอ ไม่มีสติ ง่วงในเวลาทำงาน ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เจ้าเมลาโทนินนี้สามารถช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น แต่มีคำแนะนำว่าควรทานเพียงวันละ 1-2 มิลลิกรัมก็เพียงพอ และไม่ควรทานต่อเนื่องเพราะอาจจะทำให้ร่างกายชินจนไม่สามารถหลับเองได้

จากข้อมูลข้างต้นน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับชาวออฟฟิศที่ต้องทำงานยุ่งทุกวันจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง วิตามินและอาหารเสริมเหล่านี้จึงน่าจะเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ แต่ก่อนจะซื้อวิตามินและอาหารเสริมมารับประทานเองก็ควรจะศึกษารายละเอียดให้ดีๆ  และอย่าลืมว่าอย่างไรก็ตามสิ่งที่ดีที่สุดในการดูแลตัวเองให้แข็งแรงคงหนีไม่พ้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในปริมาณที่พอเหมาะ พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใสไม่คิดมาก ไม่เครียด โดยเฉพาะการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการดึงวิตามินต่างๆ ไปใช้ได้อย่างครบถ้วน รับรองว่าถ้าทำได้แบบนี้สุขภาพที่ดีไม่หนีไปไหนแน่นอน

ที่มา: bangkokhospital.comhonestdocs.cometro-society.com

Last modified: October 29, 2018